ทองแดงทำสถิติ! ร้านของเก่าควรกักของรอราคา หรือรีบขาย? 2569

ช่วงที่ราคาทองแดงทำสถิติสูงสุด ร้านของเก่าส่วนใหญ่ไม่ควรเลือกทางใดทางหนึ่งแบบสุดตัว ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ “แบ่งขาย” คือขายส่วนหนึ่งเพื่อล็อกกำไรและรักษาเงินสดหมุนเวียน แล้วเก็บส่วนที่เหลือไว้รอจังหวะ พร้อมตั้งราคาเป้าหมายและจุดตัดขายไว้ล่วงหน้า เพราะตอนนี้ตลาดโลกมีทั้งปัจจัยหนุนและปัจจัยที่อาจทำให้ราคาร่วงแรงได้ในเวลาสั้นๆ

ราคาทองแดงทำสถิติ เศษทองแดงในร้านรับซื้อของเก่า

บทความนี้จะพาไปดูว่าราคาทองแดงขึ้นมาถึงไหนแล้ว อะไรดันราคา อะไรที่อาจทำให้ราคาพลิก ต้นทุนแฝงของการกักของ และวิธีตัดสินใจแบบเป็นระบบสำหรับร้านรับซื้อของเก่า

ราคาทองแดงตอนนี้สูงแค่ไหน ทำสถิติจริงหรือเปล่า

ปี 2569 เป็นปีที่ราคาทองแดงในตลาดโลกพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่หลายครั้ง ราคาที่ร้านของเก่าในไทยใช้อ้างอิงส่วนใหญ่มาจากตลาดโลหะลอนดอน (LME) และตลาด COMEX ของสหรัฐฯ ก่อนจะถูกแปลงเป็นเงินบาทและหักส่วนต่างของโรงงานหรือผู้ส่งออกอีกทอดหนึ่ง

ช่วงเวลา (2569)เหตุการณ์ระดับราคาโดยประมาณ
9–10 ก.ย.LME สัญญา 3 เดือนทำสถิติสูงสุดตลอดกาลราว 14,875 ดอลลาร์/ตัน
9 ก.ย.COMEX ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์6.89 ดอลลาร์/ปอนด์
12 ต.ค.ราคา LME เงินสด (cash) ทำสถิติใหม่ราว 14,822 ดอลลาร์/ตัน
19–21 ต.ค.ราคาย่อตัวลงเมื่อสต๊อกในโกดังเพิ่มขึ้นราว 14,300–14,450 ดอลลาร์/ตัน
ม.ค.–ต.ค.ราคาเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีราว 13,470 ดอลลาร์/ตัน

ตัวเลขนี้บอกอะไรเรา? ราคาตอนนี้ยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีราว 7% และอยู่ห่างจากจุดสูงสุดไม่มาก ทองแดงที่ร้านซื้อเข้ามาเมื่อต้นปีจึงมีกำไรในมืออยู่แล้ว คำถามจริงๆ ไม่ใช่ “ราคาจะขึ้นอีกไหม” แต่คือ “ถ้าราคาลง ร้านเรารับไหวแค่ไหน”

อีกเรื่องที่ต้องจำไว้คือ ราคาที่ร้านขายได้จริงขึ้นกับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ด้วย ถ้าเงินบาทแข็งค่า ราคาทองแดงเป็นบาทอาจไม่ขึ้นตามราคาดอลลาร์ แม้ตลาดโลกจะทำสถิติก็ตาม

อะไรดันราคาทองแดงขึ้น และอะไรที่อาจทำให้ราคาพลิก

การจะตัดสินใจกักหรือขาย ต้องรู้ก่อนว่าราคาขึ้นเพราะอะไร เพราะบางปัจจัยเป็นเรื่องระยะยาว แต่บางปัจจัยเป็นเรื่องชั่วคราวที่หายไปได้ในข้ามคืน

ปัจจัยหนุนราคา

  • การกักตุนเข้าสหรัฐฯ: ผู้ค้าขนทองแดงเข้าโกดังในสหรัฐฯ ล่วงหน้าเพราะกลัวภาษีนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ สต๊อกใน COMEX พุ่งไปกว่า 700,000 ตัน ทำให้ตลาดฝั่งยุโรปและเอเชียตึงตัว
  • เหมืองผลิตได้น้อยลง: ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น BHP รายงานผลผลิตทองแดงไตรมาสล่าสุดลดลงราว 19% จากปัญหาในชิลีและออสเตรเลีย ส่วนเหมืองใหม่ใช้เวลาเปิดนานหลายปี
  • ความต้องการระยะยาว: ศูนย์ข้อมูล AI รถยนต์ไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน ล้วนใช้ทองแดงจำนวนมาก

ปัจจัยที่อาจทำให้ราคาร่วง

  • ความเสี่ยงเรื่องภาษีสหรัฐฯ: นักวิเคราะห์ของ Macquarie เตือนว่า ถ้าสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่เก็บภาษีทองแดง ราคาในสหรัฐฯ อาจทรุดหนัก และลากราคา LME ลงตามไปด้วย เพราะทองแดงที่กักไว้หลายแสนตันจะไหลกลับเข้าตลาด
  • จีนซื้อน้อยลงเมื่อราคาสูง: โรงงานในจีนชะลอการผลิตเมื่อราคาแพง และสต๊อกที่ตลาดเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นกว่า 25% ในสัปดาห์เดียวช่วงกลางเดือนตุลาคม
  • สต๊อกในตลาดเพิ่ม: สต๊อกในโกดัง LME ขึ้นมาสูงสุดในรอบ 2 เดือน และการประท้วงหยุดงานที่เหมืองใหญ่ในชิลีจบลงแล้ว
  • คาดว่าจะล้นตลาดในปีหน้า: กลุ่มศึกษาทองแดงนานาชาติ (ICSG) คาดว่าปี 2570 ตลาดโลกจะมีทองแดงเกินความต้องการราว 368,000 ตัน

ความเห็นของสถาบันการเงินเองก็ยังแตกต่างกันมาก ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าไม่มีใครรู้ทิศทางแน่นอน

สถาบันมุมมองราคาทองแดง
Goldman Sachsสิ้นปี 2569 ราว 14,700 ดอลลาร์/ตัน และเฉลี่ยปี 2570 ราว 15,400 ดอลลาร์/ตัน
Morgan Stanleyไตรมาส 4 ปี 2569 ราว 14,250 ดอลลาร์/ตัน
BMO Capital Marketsเฉลี่ยปี 2570 ราว 14,675 ดอลลาร์/ตัน
BMI (Fitch Solutions)เฉลี่ยปี 2570 ราว 12,900 ดอลลาร์/ตัน
Macquarieเฉลี่ยปี 2570 ราว 12,750 ดอลลาร์/ตัน

สังเกตว่าตัวเลขคาดการณ์ปี 2570 ห่างกันถึงราว 2,650 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 17–20% แปลว่าทั้งฝั่งที่มองขึ้นและฝั่งที่มองลงต่างมีเหตุผลรองรับ ร้านของเก่าจึงไม่ควรเดิมพันทั้งสต๊อกไว้กับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

กักของรอราคา vs รีบขาย ข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง

ประเด็นกักของรอราคารีบขายตอนราคาสูง
โอกาสกำไรได้เพิ่มถ้าราคาขึ้นต่อล็อกกำไรที่มีอยู่แล้วได้ทันที
ความเสี่ยงราคาขาดทุนกำไรที่เคยมีถ้าราคาร่วงพลาดกำไรส่วนเพิ่มถ้าราคาขึ้นต่อ
เงินสดหมุนเวียนเงินจมในสต๊อก อาจไม่พอรับซื้อของใหม่มีเงินสดรับซื้อของต่อได้ทันที
ต้นทุนแฝงดอกเบี้ย ค่าที่เก็บ ความเสี่ยงโจรกรรมและน้ำท่วมแทบไม่มี
เหมาะกับร้านแบบไหนเงินทุนหนา ไม่มีหนี้ มีที่เก็บปลอดภัยร้านที่ใช้เงินกู้ หรือต้องใช้เงินหมุนรับซื้อทุกวัน

ต้นทุนแฝงของการกักทองแดงที่หลายร้านลืมคิด

สมมติร้านมีทองแดง 1 ตัน ที่ราคาราว 400 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับเงินจมอยู่ราว 400,000 บาท ถ้าเงินก้อนนี้มาจากวงเงินกู้ดอกเบี้ย 7% ต่อปี การกักไว้ 3 เดือนจะมีค่าดอกเบี้ยราว 7,000 บาท หรือประมาณ 7 บาทต่อกิโลกรัม นั่นแปลว่าราคาต้องขึ้นมากกว่า 7 บาทต่อกิโลกรัมก่อน ร้านถึงจะเริ่มได้กำไรจริงจากการรอ (ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคิด ให้แทนด้วยราคาและดอกเบี้ยจริงของร้านคุณ)

นอกจากดอกเบี้ย ยังมีต้นทุนที่วัดเป็นเงินยากกว่า

  • ความเสี่ยงโจรกรรม: ทองแดงเป็นของมีค่าที่มักตกเป็นเป้าของขโมย ยิ่งราคาสูงยิ่งเสี่ยง
  • ภัยธรรมชาติ: ร้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรมีแผนย้ายสต๊อกมีค่า ดูวิธีเตรียมตัวได้ใน ร้านรับซื้อของเก่าเตรียมรับมือน้ำท่วมอย่างไร
  • เสียโอกาสรับซื้อ: ถ้าเงินจมอยู่กับทองแดงจนไม่มีเงินสดจ่ายลูกค้าหน้าร้าน ลูกค้าประจำอาจหันไปขายร้านอื่น

วิธีตัดสินใจกักหรือขายทองแดง แบบที่ร้านของเก่าทำได้จริง

แทนที่จะเดาว่าราคาจะไปทางไหน ให้ใช้ขั้นตอนนี้วางแผนให้ชัดตั้งแต่วันนี้

  1. รู้ต้นทุนเฉลี่ยของสต๊อกที่มีอยู่ ทองแดงในโกดังซื้อมาเฉลี่ยกิโลกรัมละเท่าไหร่ ถ้าไม่รู้ตัวเลขนี้ ก็ไม่มีทางรู้ว่าตอนนี้กำไรหรือขาดทุน
  2. คำนวณต้นทุนการถือของต่อเดือน รวมดอกเบี้ย ค่าที่เก็บ และความเสี่ยง แล้วแปลงเป็นบาทต่อกิโลกรัมต่อเดือน
  3. เช็กเงินสดที่ต้องใช้ กันเงินไว้สำหรับรับซื้อหน้าร้านอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อน ส่วนที่เกินจากนั้นถึงค่อยคิดเรื่องกักของ
  4. แบ่งขายเป็นก้อน เช่น ขาย 50% ตอนนี้เพื่อล็อกกำไร เก็บ 50% ไว้รอ หรือแบ่งเป็น 3 ก้อนตามระดับราคา
  5. ตั้งราคาเป้าหมายและจุดตัดขายไว้ล่วงหน้า เช่น ถ้าราคาที่โรงงานให้ขึ้นอีก 5% ขายอีกก้อน แต่ถ้าราคาลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด ให้ขายส่วนที่เหลือทันที ไม่ต้องรอลุ้น
  6. ตามข่าวที่มีผลกับราคาจริง โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องภาษีทองแดงของสหรัฐฯ สต๊อกใน LME และ COMEX และค่าเงินบาท
  7. คัดเกรดให้ดีก่อนขาย ทองแดงสะอาด แยกเกรดชัด จะได้ราคาดีกว่าทองแดงปน ไม่ว่าจะขายตอนไหน

หัวใจของทุกขั้นตอนคือ ตัวเลขที่ถูกต้อง ทั้งต้นทุนเฉลี่ย ปริมาณสต๊อก และเงินสดในมือ ร้านที่ยังจดในสมุดมักคำนวณตัวเลขเหล่านี้ไม่ทันตอนราคาเหวี่ยงแรง การใช้ Second-Hand Shop Software ที่บันทึกการรับซื้อ คิดต้นทุนเฉลี่ย และดูสต๊อกแยกตามเกรดได้ทันที จะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและแม่นขึ้น

ข้อควรระวังเมื่อราคาทองแดงสูงเป็นประวัติการณ์

ระวังทองแดงจากการเผาสายไฟและของที่ไม่มีที่มา

ช่วงราคาสูงมักมีคนนำสายไฟเผาหรือทองแดงที่ไม่รู้ที่มามาขายมากขึ้น ร้านที่รับซื้ออาจมีความผิดตามกฎหมาย และอาจถูกยึดของทั้งก้อน ดูรายละเอียดได้ใน ของเก่าที่ห้ามรับซื้อเพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

อย่ากู้เงินมากักของ

การกู้เงินเพิ่มเพื่อกักทองแดงรอราคา เท่ากับเพิ่มทั้งต้นทุนและความเสี่ยงพร้อมกัน ถ้าราคาร่วงจากข่าวภาษีสหรัฐฯ ร้านอาจต้องขายขาดทุนเพื่อเอาเงินไปคืนหนี้

ปรับราคารับซื้อหน้าร้านให้ทันตลาด

ถ้าราคาขายเปลี่ยนเร็ว แต่ราคารับซื้อหน้าร้านปรับช้า ร้านอาจซื้อแพงเกินในวันที่ราคาตลาดลง ควรทบทวนราคารับซื้อทุกวัน และดูกลยุทธ์บริหารร้านเพิ่มเติมได้ใน ร้านของเก่าอยากขายดี กำไรงาม ต้องทำยังไง?

คำถามที่พบบ่อยเรื่องราคาทองแดง

ราคาทองแดงที่ร้านของเก่าในไทยอ้างอิงจากไหน

ส่วนใหญ่อ้างอิงราคาตลาด LME และ COMEX แปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน แล้วหักส่วนต่างของโรงงานหลอมหรือผู้ส่งออก ราคาที่แต่ละร้านได้จึงต่างกันตามเกรดทองแดงและผู้รับซื้อปลายทาง

ทองแดงจะขึ้นต่อหรือไม่

ยังไม่มีใครตอบได้แน่นอน ปัจจัยหนุนระยะยาวยังอยู่ แต่ระยะสั้นมีความเสี่ยงจากข่าวภาษีสหรัฐฯ ความต้องการของจีน และสต๊อกที่เพิ่มขึ้น ตัวเลขคาดการณ์ปี 2570 ของสถาบันการเงินใหญ่ยังห่างกันราว 17–20%

ควรแบ่งขายสัดส่วนเท่าไหร่

ขึ้นกับเงินทุนและภาระหนี้ของแต่ละร้าน ร้านที่ใช้เงินกู้หรือต้องหมุนเงินทุกวัน ควรขายส่วนใหญ่ออกไปก่อน ส่วนร้านที่เงินทุนหนา ไม่มีหนี้ และมีที่เก็บปลอดภัย อาจเก็บไว้ได้มากกว่า

ราคาเหล็กและอะลูมิเนียมขึ้นตามทองแดงไหม

ไม่เสมอไป โลหะแต่ละชนิดมีปัจจัยของตัวเอง เช่น เหล็กขึ้นกับภาคก่อสร้างและการผลิตเหล็กของจีน ดูภาพรวมได้ใน ราคาเศษเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไหร่?

สรุป: ราคาทองแดงสูง ร้านของเก่าควรแบ่งขาย ไม่เดิมพันทั้งโกดัง

ราคาทองแดงปี 2569 ขึ้นมาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 14,800 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ตลาดยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะพลิกได้เร็ว โดยเฉพาะจากการตัดสินใจเรื่องภาษีทองแดงของสหรัฐฯ ทางที่สมดุลสำหรับร้านส่วนใหญ่คือแบ่งขายเพื่อล็อกกำไรและเก็บเงินสดไว้รับซื้อ แล้วเก็บส่วนที่เหลือไว้รอ โดยตั้งราคาเป้าหมายและจุดตัดขายไว้ชัดเจน

การตัดสินใจแบบนี้ต้องอาศัยตัวเลขต้นทุนและสต๊อกที่แม่นยำแบบวันต่อวัน ถ้าร้านของคุณยังคำนวณเองด้วยมือ ลองใช้ โปรแกรมรับซื้อของเก่า Green2Get ที่ช่วยบันทึกการรับซื้อ ดูต้นทุนเฉลี่ย และติดตามสต๊อกทองแดงแยกตามเกรดได้ในที่เดียว

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาและตัวเลขคาดการณ์อ้างอิงข้อมูลตลาด ณ ปลายเดือนตุลาคม 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา