ของเก่าที่ “ห้าม” รับซื้อ เพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ของเก่าที่ห้ามรับซื้อ เพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม หลัก ๆ มี 5 กลุ่ม ได้แก่ ทองแดงที่ได้จากการเผาสายไฟ ซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ของเสียอันตรายในครัวเรือนอย่างหลอดไฟและแบตเตอรี่ มูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาล และเศษโลหะที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ร้านรับซื้อของเก่าที่รับของเหล่านี้เข้าร้านโดยไม่รู้ตัว อาจเจอทั้งความเสี่ยงด้านสุขภาพและความผิดตามกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน

ทำไมร้านรับซื้อของเก่าต้องรู้กฎหมายสิ่งแวดล้อม

ร้านรับซื้อของเก่าเป็นด่านแรกที่ของเสียจากบ้านเรือนและโรงงานไหลผ่านก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จุดนี้เองที่ทำให้ร้านกลายเป็นเป้าหมายการตรวจสอบของหน่วยงานสิ่งแวดล้อม เพราะของบางชนิดแม้ดูเหมือนเศษวัสดุธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วจัดอยู่ในกลุ่มของเสียอันตรายหรือวัตถุควบคุมตามกฎหมาย การรับซื้อโดยไม่คัดกรองอาจทำให้ร้านต้องรับผิดร่วม ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจทำผิด และในบางกรณีอาจกระทบสุขภาพของพนักงานในร้านเองด้วย

5 ของเก่าที่ห้ามรับซื้อ เพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ต่อไปนี้คือกลุ่มของเก่าที่ร้านรับซื้อควรระวังเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายควบคุมของเสียอันตรายของไทยโดยตรง

1. ทองแดงจากการเผาสายไฟ

การเผาสายไฟเพื่อแยกฉนวนพลาสติกออกแล้วเก็บแต่ทองแดง เป็นวิธีที่เคยพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ค้าของเก่ารายย่อย เพราะขายได้ราคาดีกว่าสายไฟทั้งเส้น แต่การเผาแบบนี้ปล่อยควันพิษและสารก่อมะเร็งกลุ่มไดออกซินออกสู่อากาศ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมในหลายจังหวัดจึงเดินสายตรวจร้านค้าของเก่าและขอความร่วมมือ ให้หยุดรับซื้อทองแดงที่ได้จากการเผาโดยเด็ดขาด พร้อมให้ร้านติดป้ายประกาศไม่รับซื้อให้ลูกค้าเห็นชัดเจน หากร้านฝ่าฝืนปล่อยให้มีการเผาในพื้นที่ อาจเข้าข่ายก่อเหตุรำคาญและความผิดตามกฎหมายสาธารณสุขได้

2. ซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ขยะอิเล็กทรอนิกส์)

ของใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุ เช่น จอคอมพิวเตอร์ แผงวงจร โทรทัศน์รุ่นเก่า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกทิ้ง มักมีโลหะหนักอย่างตะกั่วและปรอทปนอยู่ในชิ้นส่วน หากร้านรับซื้อแล้วนำมาถอดแยกชิ้นส่วนเองโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานคัดแยกของเสียอันตรายตามกฎหมายโรงงาน ก็อาจเข้าข่ายความผิดได้ แม้ปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมายจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ แต่ก็มีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มาอย่างต่อเนื่อง และระหว่างนี้ซากอิเล็กทรอนิกส์ยังถูกควบคุมผ่านกฎหมายของเสียอันตรายทั่วไป นอกจากนี้ ภาครัฐยังประกาศห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเพิ่มเป็นหลายร้อยรายการ สะท้อนว่าของกลุ่มนี้ถูกจับตาอย่างจริงจัง

3. ของเสียอันตรายในครัวเรือน เช่น หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ สารเคมี

หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ และภาชนะบรรจุสารเคมี ถูกจัดเป็น “ของเสียอันตรายจากชุมชน” ตามกฎหมาย เพราะมีสารปรอท แคดเมียม หรือสารเคมีตกค้างที่เป็นพิษต่อดินและน้ำใต้ดินหากทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ของกลุ่มนี้ต้องถูกส่งไปกำจัดในโรงงานที่มีใบอนุญาตเฉพาะเท่านั้น ร้านของเก่าทั่วไปที่ไม่มีระบบจัดเก็บและขนส่งของเสียอันตรายอย่างถูกต้อง จึงไม่ควรรับซื้อของกลุ่มนี้มาปะปนกับเศษโลหะหรือพลาสติกทั่วไป

4. มูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาล

เข็มฉีดยา สายน้ำเกลือ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แล้วจากคลินิกและโรงพยาบาล จัดเป็นมูลฝอยติดเชื้อตามกฎหมายสาธารณสุข ต้องกำจัดด้วยวิธีเฉพาะ เช่น การเผาในเตาที่ได้มาตรฐาน ห้ามนำมาขายต่อเป็นเศษวัสดุโดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงแพร่เชื้อโรคสู่ผู้ที่สัมผัสโดยตรง ร้านของเก่าจึงควรปฏิเสธทันทีหากมีผู้นำของกลุ่มนี้มาเสนอขาย

5. เศษโลหะที่สงสัยว่าปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี

วัสดุที่มีสารกัมมันตรังสีอยู่ภายใน เช่น อุปกรณ์วัดระดับในโรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นวัตถุควบคุมตามกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ห้ามครอบครองหรือซื้อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้กรณีแบบนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ผลกระทบร้ายแรงมากหากหลุดเข้าสู่ร้านรับซื้อของเก่าโดยไม่รู้ตัว

บทเรียนจากเคสจริง เมื่อวัสดุกัมมันตรังสีปนมากับของเก่า

ในปี 2566 เกิดเหตุแท่งวัสดุบรรจุซีเซียม-137 ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดระดับเถ้าในโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งที่จังหวัดปราจีนบุรีสูญหายไป และสุดท้ายพบว่าถูกขายต่อปะปนไปกับเศษเหล็กจนเข้าไปอยู่ในโรงงานหลอมโลหะ เจ้าหน้าที่ต้องระดมตรวจร้านรับซื้อของเก่าและโรงหลอมหลายแห่งในพื้นที่ ใช้เครื่องมือสแกนรังสีค้นหาจนพบแท่งวัสดุดังกล่าวถูกอัดรวมอยู่ในกองเศษเหล็กที่เตรียมนำเข้าเตาหลอม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ของเก่าที่ดูเหมือนเศษโลหะธรรมดาชิ้นหนึ่ง อาจกลายเป็นความเสี่ยงระดับจังหวัดได้ทันที หากร้านค้าไม่มีขั้นตอนตรวจสอบที่รัดกุมพอ

ร้านรับซื้อของเก่าเสี่ยงอะไรบ้างถ้าฝ่าฝืน

การรับซื้อของเก่าที่เข้าข่ายของเสียอันตรายหรือวัตถุควบคุม อาจทำให้ร้านต้องเผชิญทั้งโทษทางปกครองและโทษทางอาญา ขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การครอบครองวัตถุกัมมันตรังสีโดยไม่ได้รับอนุญาตมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับตามกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การดำเนินกิจการคัดแยกของเสียอันตรายโดยไม่มีใบอนุญาตอาจผิดกฎหมายโรงงาน และการปล่อยให้เกิดควันพิษจากการเผาสายไฟอาจเข้าข่ายเหตุรำคาญตามกฎหมายสาธารณสุข นอกจากนี้ พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่ายังกำหนดให้ร้านต้องจดบันทึกข้อมูลผู้ขายและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบของต้องสงสัยด้วย ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยป้องกันของผิดกฎหมายทุกประเภทไม่ให้หลุดเข้าสู่ร้านได้ง่าย ๆ

วิธีป้องกันไม่ให้ร้านรับของต้องห้ามโดยไม่ตั้งใจ

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการตั้งกฎการคัดกรองของหน้าร้านให้ชัดเจน เช่น ปฏิเสธทองแดงที่มีร่องรอยการเผา ตรวจสอบที่มาของซากเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนรับซื้อ แยกของเสียอันตรายในครัวเรือนออกจากเศษวัสดุทั่วไป และฝึกพนักงานให้สังเกตของแปลกปลอมที่มากับเศษโลหะ พร้อมจดบันทึกข้อมูลผู้ขายทุกครั้งตามที่กฎหมายกำหนด ร้านที่มีลูกน้องหลายคนหรือรับซื้อของหลายประเภทต่อวัน การจดบันทึกด้วยมืออย่างเดียวอาจตกหล่นได้ง่าย Second-Hand Buying Software จาก Green2Get ช่วยให้ร้านบันทึกรายการรับซื้อ ผู้ขาย และประเภทวัสดุได้เป็นระบบ ค้นย้อนหลังได้ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ ลดความเสี่ยงที่ร้านจะรับของต้องห้ามเข้ามาโดยไม่รู้ตัว