ราคาเศษเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไหร่?

สถานการณ์ราคาเศษเหล็ก (Scrap Steel) ในตลาดโลกและประเทศไทยมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องตามสภาวะเศรษฐกิจมหภาค โดยคำถามสำคัญของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรีไซเคิลคือ ราคาเศษเหล็กจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเมื่อใด จากการวิเคราะห์โครงสร้างอุตสาหกรรม พบว่าปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้ราคาเศษเหล็กดีดตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย 3 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคเหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก หากมีการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะส่งผลให้ความต้องการเหล็ก เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ปัจจัยต่อมาคือ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งโรงงานเหล็กทั่วโลกกำลังเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากเตามาเป็นเตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) ที่ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักถึง 70–100% เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้เกิดความต้องการเศษเหล็กคุณภาพสูงในเชิงโครงสร้างระยะยาว และปัจจัยสุดท้ายคือ ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งทางเรือ หากราคาน้ำมันและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น จะกดดันให้ราคาวัตถุดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

สำหรับแนวโน้มระยะสั้นและระยะกลาง คาดการณ์ว่าราคาเศษเหล็กจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนเมื่ออุปทานเหล็กนิวเคลียร์หรือเหล็กราคาถูกจากจีนลดลง ประกอบกับความต้องการใช้เหล็กในโครงการลงทุนภาครัฐของไทยเริ่มเบิกจ่ายและดำเนินการก่อสร้างจริง ดังนั้น ช่วงเวลาที่ราคาเศษเหล็กมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นมักจะตรงกับวัฏจักรการสะสมสต็อกวัตถุดิบช่วงก่อนฤดูกาลก่อสร้าง และช่วงที่มาตรการจัดเก็บภาษีคาร์บอนข้ามหรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรปมีความเข้มงวดขึ้น ซึ่งจะบังคับให้ผู้ผลิตเหล็กทั่วโลกต้องเร่งกว้านซื้อเศษเหล็กเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ผู้ประกอบการร้านซื้อของเก่าและโรงหล่อจึงควรติดตามดัชนีราคาเหล็กโลก และสถิติการผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการบริหารสต็อกให้สอดคล้องกับจังหวะการขึ้นของราคาในอนาคต

3 ปัจจัยหลักดันราคาขึ้น:

  1. การฟื้นตัวของภาคอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐาน: โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีนที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่
  2. กระแสคาร์บอนต่ำ (Decarbonization): โรงงานเหล็กหันมาใช้เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ที่ต้องใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  3. ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง: ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ผลักดันให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นตาม

ช่วงเวลาที่ราคาปรับขึ้น: มักจะเกิดขึ้นช่วงสะสมสต็อกก่อนฤดูกาลก่อสร้าง, ช่วงเบิกจ่ายงบภาครัฐ, และเมื่อมาตรการภาษีคาร์บอน (CBAM) บังคับใช้อย่างเข้มงวด

ข้อแนะนำผู้ประกอบการ: ติดตามดัชนีราคาเหล็กโลกและสถิติการผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารสต็อกให้ทันจังหวะราคาขึ้น

อ้างอิง 

World Steel Association. (2023). Steel statistical yearbook 2023. World Steel Association. https://worldsteel.org/

International Energy Agency. (2021). Iron and steel technology roadmap: Towards sustainable steelmaking. IEA Publishing. https://www.iea.org/reports/iron-and-steel-technology-roadmap

สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานภาวะอุตสาหกรรมเหล็กไทยและแนวโน้ม. สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย. https://www.isit.or.th/