ราคาเศษเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไหร่?

ราคาเศษเหล็กจะขึ้นเมื่อไหร่? คำตอบ ณ เดือนกันยายน 2569 คือ ตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวให้เห็นแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเศษเหล็กเข้าสู่ “ขาขึ้นรอบใหญ่” อย่างเต็มตัว หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ราคามีโอกาสฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปลายปี 2569 และมีโอกาสเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นในปี 2570 เมื่อความต้องการใช้เหล็กของโลกกลับมาเติบโตมากขึ้น

สำหรับร้านรับซื้อของเก่า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามทายว่า “วันที่เท่าไหร่ราคาจะขึ้น” แต่ต้องรู้ว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าโรงงานกำลังต้องการเศษเหล็กเพิ่ม เพราะราคาเศษเหล็กจะขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อปลายทางยอมเพิ่มราคารับซื้อเพื่อแย่งวัตถุดิบ

ราคาเศษเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไหร่?

โดยทั่วไป ราคาเศษเหล็กมีโอกาสปรับตัวขึ้นเมื่อเกิด 3 เรื่องพร้อมกัน คือ โรงงานเหล็กต้องการวัตถุดิบเพิ่ม เศษเหล็กในตลาดมีไม่มาก และราคาเหล็กสำเร็จรูปขายได้ดีขึ้น

ช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 เริ่มมีสัญญาณบวกบางส่วนจากตลาดโลก ราคาซื้อขายเศษเหล็ก HMS 1&2 ซึ่งเป็นเกรดอ้างอิงสำคัญในตลาดระหว่างประเทศ เริ่มขยับขึ้นจากระดับประมาณ 369–375 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ไปแตะบริเวณ 380–385 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในบางการซื้อขาย ขณะที่ราคาเศษเหล็กญี่ปุ่นที่เสนอขายเข้าสู่เวียดนามก็เริ่มฟื้นจากระดับต่ำในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

สถานการณ์นี้จึงเรียกได้ว่าเป็น “ช่วงเริ่มฟื้นตัว” มากกว่า “ขาขึ้นเต็มตัว” เพราะผู้ซื้อในเอเชียหลายประเทศยังต่อรองราคาอย่างระมัดระวัง และความต้องการเหล็กปลายทางยังไม่ได้ร้อนแรงมากพอที่จะดึงราคาเศษเหล็กขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำไมราคาเศษเหล็กถึงยังไม่ขึ้นแรง แม้ตลาดโลกเริ่มฟื้น?

หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อเห็นข่าวราคาเศษเหล็กต่างประเทศขึ้นแล้ว ทำไมราคารับซื้อหน้าร้านในประเทศไทยถึงยังไม่ขึ้นตามทันที?

เหตุผลคือราคาเศษเหล็กในไทยไม่ได้อ้างอิงตลาดต่างประเทศเพียงตัวเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของโรงหลอมและโรงงานภายในประเทศด้วย หากโรงงานยังมีวัตถุดิบอยู่ในสต๊อกมาก หรือคำสั่งซื้อเหล็กเส้น เหล็กโครงสร้าง และผลิตภัณฑ์เหล็กยังไม่เพิ่มขึ้น โรงงานก็ไม่มีเหตุผลที่จะรีบเพิ่มราคารับซื้อเศษเหล็ก

อีกปัจจัยหนึ่งคือการแข่งขันจากเหล็กสำเร็จรูปนำเข้า หากเหล็กใหม่จากต่างประเทศเข้ามาขายในภูมิภาคด้วยราคาต่ำ โรงงานผลิตเหล็กภายในประเทศจะขึ้นราคาสินค้าได้ยาก เมื่อราคาขายผลิตภัณฑ์ปลายทางถูกกดไว้ ความสามารถในการเพิ่มราคารับซื้อเศษเหล็กก็จะถูกจำกัดตามไปด้วย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้งราคาเศษเหล็กโลกขึ้น 5–10 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ราคารับซื้อในไทยอาจยังนิ่ง หรือใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรับตาม

5 สัญญาณที่บอกว่าราคาเศษเหล็กกำลังจะขึ้น

1. ราคาเศษเหล็กโลกขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่ขึ้นเพียงไม่กี่วัน

สิ่งแรกที่ควรจับตาคือราคาเศษเหล็กในตลาดหลัก เช่น ตุรกี ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน และตลาดเอเชีย หากราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โอกาสที่จะส่งผลต่อภูมิภาคจะมากกว่าการปรับขึ้นเพียงหนึ่งหรือสองวัน

สำหรับตลาดปัจจุบัน หากราคา HMS 1&2 สามารถยืนเหนือบริเวณ 380 ดอลลาร์ต่อตัน และขยับเข้าใกล้หรือผ่าน 390 ดอลลาร์ต่อตันอย่างต่อเนื่อง จะถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้นว่าตลาดอาจไม่ได้เป็นเพียงการเด้งกลับระยะสั้น

2. ราคาเหล็กเส้นและเหล็กแท่ง Billet เริ่มขึ้น

เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ แต่โรงงานจะซื้อวัตถุดิบแพงขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสินค้าเหล็กที่ผลิตออกมาขายได้ในราคาที่เหมาะสม

ดังนั้นร้านของเก่าควรดูราคา เหล็กเส้น Rebar และเหล็กแท่ง Billet ควบคู่ไปกับราคาเศษเหล็กเสมอ หากเห็นราคาเหล็กเส้นปรับขึ้นพร้อมกับเศษเหล็ก เป็นสัญญาณที่แข็งแรงกว่าการเห็นราคาเศษเหล็กขึ้นเพียงอย่างเดียว

ในทางกลับกัน หากเศษเหล็กขึ้น แต่ราคาเหล็กเส้นขายไม่ได้ โรงงานจะมี Margin ลดลง และสุดท้ายอาจกลับมากดราคารับซื้อเศษเหล็กลงอีกครั้ง

3. โรงงานเริ่มแย่งซื้อเศษเหล็ก

สำหรับร้านของเก่า สัญญาณนี้อาจสำคัญกว่าการดูกราฟโลกเสียอีก

เมื่อโรงหลอมหรือผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มโทรหาเศษเหล็กมากขึ้น เพิ่มราคารับซื้อ ให้เงื่อนไขการส่งของดีขึ้น หรือประกาศปรับราคารับซื้อหลายครั้งในระยะสั้น แปลว่าสต๊อกวัตถุดิบของผู้ซื้อเริ่มตึงตัว

ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายโรงงานพร้อมกัน ราคาหน้าร้านมักมีโอกาสขยับตาม เพราะร้านใหญ่จะเริ่มแข่งขันกันซื้อสินค้าเข้าสู่สต๊อกก่อนส่งโรงงาน

4. ความต้องการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานกลับมา

เหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างเป็นตลาดปลายทางที่สำคัญของเศษเหล็กในประเทศไทย หากงานก่อสร้าง โครงการภาครัฐ โรงงาน คลังสินค้า รถไฟ ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น ความต้องการเหล็กก็จะเพิ่มตาม

ข้อมูลแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กไทยประเมินว่าความต้องการใช้เหล็กภายในประเทศในช่วงปี 2569–2570 ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่เป็นการเติบโตในระดับค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การขยายตัวร้อนแรงเหมือนในบางช่วงของอดีต

จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาเศษเหล็กในไทยมีโอกาสฟื้น แต่การขึ้นอาจมาในลักษณะ “ขึ้นเป็นรอบ” มากกว่าการวิ่งขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

5. ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสูงขึ้น

เศษเหล็กเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ค่าขนส่งจึงมีผลกับราคาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเศษเหล็กที่ซื้อขายระหว่างประเทศ

หากราคาน้ำมันสูง ค่าระวางเรือเพิ่ม หรือเส้นทางขนส่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ต้นทุนเศษเหล็กนำเข้าจะสูงขึ้น โรงงานในแต่ละประเทศอาจหันมาแข่งขันซื้อเศษเหล็กภายในประเทศมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวสามารถผลักดันราคาเศษเหล็กได้ แม้ความต้องการเหล็กไม่ได้เติบโตมากนัก แต่ต้องระวังว่าการขึ้นจาก “ต้นทุน” มักไม่แข็งแรงเท่าการขึ้นจาก “ความต้องการจริง”

แนวโน้มราคาเศษเหล็กปลายปี 2569 ถึงปี 2570

หากแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 กรณี จะเห็นภาพได้ชัดขึ้น

สถานการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นแนวโน้มราคาเศษเหล็ก
กรณีฐานตลาดเหล็กโลกฟื้นตัวช้า ความต้องการไทยเพิ่มเล็กน้อยทรงตัวถึงค่อย ๆ ฟื้น มีขึ้นลงเป็นรอบ
กรณีบวกโรงงานเอเชียซื้อเพิ่ม เศษเหล็กตึงตัว เหล็กเส้นขึ้น และค่าขนส่งสูงราคาอาจขึ้นเร็วกว่าคาดตั้งแต่ปลายปี 2569
กรณีลบจีนส่งออกเหล็กราคาถูกมากขึ้น เศรษฐกิจและก่อสร้างชะลอตัวราคาอาจทรงตัวหรือลงอีกครั้ง

หากพิจารณาจากข้อมูลในปัจจุบัน กรณีฐานมีน้ำหนักมากที่สุด คือราคาอาจผ่านช่วงอ่อนตัวหนักไปแล้วบางส่วน และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวแบบแกว่งขึ้นลง แต่ยังไม่มีปัจจัยเพียงพอที่จะทำให้เกิดขาขึ้นแรงในทันที

สิ่งที่น่าสนใจคือภาพของปี 2570 เพราะสมาคมเหล็กโลกคาดว่าความต้องการใช้เหล็กทั่วโลกจะเติบโตเร็วขึ้นกว่าปี 2569 โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย รวมถึงหลายประเทศในเอเชียและแอฟริกาที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น

เมื่อการผลิตเหล็กด้วยเตาไฟฟ้า Electric Arc Furnace หรือ EAF ขยายตัว ความต้องการใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นในระยะยาวเช่นกัน

ราคาแร่เหล็กขึ้น หมายความว่าราคาเศษเหล็กต้องขึ้นหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป แม้แร่เหล็กและเศษเหล็กจะเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเหล็กเหมือนกัน แต่ถูกใช้ในกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน

โรงงาน Blast Furnace ใช้แร่เหล็กและถ่านหินโค้กเป็นวัตถุดิบหลัก ส่วนโรงงาน Electric Arc Furnace ใช้เศษเหล็กในสัดส่วนสูง ดังนั้นราคาแร่เหล็กขึ้นอาจช่วยให้เศษเหล็กมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเศษเหล็กจะต้องขึ้นทันที

สิ่งที่ต้องดูคือโรงงานสามารถขายเหล็กสำเร็จรูปได้ราคาเท่าไร และแต่ละประเทศมีสัดส่วนการผลิตด้วยเตาชนิดใดมากกว่า

ร้านของเก่าควรกักสต๊อกเหล็กรอราคาขึ้นหรือไม่?

นี่เป็นคำถามสำคัญสำหรับร้านรับซื้อของเก่า เพราะเมื่อเริ่มเห็นสัญญาณราคาขึ้น หลายร้านมักเลือก “เก็บของไว้ก่อน” เพื่อรอขายในราคาที่สูงกว่า

วิธีนี้สามารถทำกำไรได้ในบางรอบตลาด แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะหากตลาดกลับทิศ ร้านจะขาดทุนจากสต๊อกทันที

ตัวอย่างง่าย ๆ หากร้านมีเศษเหล็ก 100 ตัน และราคาลดลงเพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าสต๊อกจะลดลงถึง 100,000 บาท ดังนั้นการมองว่าราคา “น่าจะขึ้น” เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือแบ่งสต๊อกเป็นรอบ ไม่ควรเดิมพันกับราคาเพียงทิศทางเดียว และต้องรู้ต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าที่อยู่ในโกดังว่าซื้อมาในราคาเท่าไร

ร้านที่มีข้อมูลน้ำหนัก ราคาซื้อ ต้นทุนเฉลี่ย และระยะเวลาที่สินค้านอนอยู่ในสต๊อก จะตัดสินใจได้ง่ายกว่าร้านที่จำข้อมูลด้วยความรู้สึก การใช้ โปรแกรมรีไซเคิลสำหรับร้านของเก่า ช่วยบันทึกการซื้อขายและสต๊อกสินค้า จึงมีประโยชน์มากในช่วงที่ราคาวัสดุผันผวน

อยากรู้ว่าเศษเหล็กกำลังจะขึ้น ให้ดู 5 อย่างนี้ทุกสัปดาห์

  • ราคา HMS ตลาดโลก ขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
  • ราคาเศษเหล็กญี่ปุ่นและตลาดเอเชีย เริ่มมีผู้ซื้อยอมรับราคาที่สูงขึ้นหรือยัง
  • ราคา Rebar และ Billet ขึ้นพร้อมกับเศษเหล็กหรือไม่
  • โรงงานในไทย เริ่มเพิ่มราคารับซื้อหรือแข่งขันซื้อสินค้ามากขึ้นหรือไม่
  • สต๊อกเศษเหล็กในตลาด เริ่มหายากหรือตึงตัวหรือยัง

หากเห็นเพียงข้อเดียว อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าตลาดเป็นขาขึ้น แต่ถ้าเริ่มเกิดพร้อมกัน 3–4 ข้อ และต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โอกาสที่จะเห็นราคารับซื้อเศษเหล็กในประเทศปรับขึ้นอย่างจริงจังจะเพิ่มขึ้นมาก

สรุป ราคาเศษเหล็กจะขึ้นเมื่อไหร่?

ณ เดือนกันยายน 2569 ราคาเศษเหล็กโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแล้ว แต่ยังอยู่ในช่วงต้นของรอบและยังไม่ใช่ขาขึ้นที่ยืนยันชัดเจน ระยะสั้นมีโอกาสเห็นราคาฟื้นเป็นช่วง ๆ ในปลายปี 2569 ส่วนปี 2570 มีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้นจากการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้เหล็กทั่วโลกจะกลับมาเติบโตเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านของเก่า สิ่งที่สำคัญกว่าการทายว่าราคาจะขึ้นวันไหน คือการติดตามทิศทางราคา โรงงานปลายทาง และต้นทุนสต๊อกของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะร้านที่รู้ว่า “ของที่ถืออยู่ซื้อมาเท่าไร” จะสามารถตัดสินใจได้ทันทีเมื่อรอบราคาเปลี่ยน

จำง่าย ๆ ว่า ราคาเศษเหล็กจะขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อโรงงานขายเหล็กได้ดีจนต้องกลับมาแย่งซื้อวัตถุดิบ วันไหนที่เราเห็นโรงงานหลายแห่งเพิ่มราคารับซื้อพร้อมกัน วันนั้นอาจเป็นสัญญาณที่สำคัญกว่าการเห็นกราฟต่างประเทศขึ้นเพียงวันเดียวเสียอีก