เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร? อธิบายง่ายๆ พร้อมตัวอย่างและวิธีเริ่ม 2569

เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือระบบเศรษฐกิจที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้ซ้ำวนกลับมาให้นานที่สุด แทนที่จะ “ผลิต ใช้ แล้วทิ้ง” ของที่หมดอายุการใช้งานจะถูกซ่อม ใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบใหม่ ผลคือใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลง ขยะลดลง และของเหลือใช้กลายเป็นรายได้ ซึ่งทุกคนเริ่มได้ตั้งแต่การแยกขยะที่บ้าน

บทความนี้จะอธิบายเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ความหมาย หลักการ ตัวอย่างในชีวิตจริง ไปจนถึงวิธีที่คนธรรมดาอย่างเราจะเป็นส่วนหนึ่งของวงจรนี้ได้ตั้งแต่วันนี้

เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุด

ลองนึกถึงขวดน้ำพลาสติก 1 ใบ ในระบบเดิม ขวดนี้ถูกผลิตจากน้ำมันดิบ ส่งไปขาย เราดื่มน้ำหมดภายใน 10 นาที แล้วทิ้งลงถังรวม สุดท้ายขวดไปจบที่บ่อฝังกลบ หรือหลุดลงแม่น้ำและทะเล ทรัพยากรที่ใช้ผลิตขวดใบนั้นหายไปตลอดกาล

แต่ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ขวดใบเดียวกันจะถูกแยกออกจากขยะอื่นตั้งแต่ที่บ้าน ส่งต่อให้ซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า เข้าโรงงานรีไซเคิลเพื่อบดเป็นเกล็ดพลาสติก แล้วกลับมาเป็นขวดใบใหม่ เส้นใยผ้า หรือสินค้าชิ้นอื่น ทรัพยากรไม่ได้หายไป แต่ “หมุน” กลับเข้าระบบอีกรอบ

แนวคิดนี้จึงไม่ได้มองว่าขยะคือปลายทาง แต่มองว่า ขยะคือวัตถุดิบที่วางผิดที่ หัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียนมี 3 ข้อหลัก

  • ออกแบบไม่ให้เกิดขยะตั้งแต่ต้น เช่น ผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุชนิดเดียวที่รีไซเคิลง่าย หรือออกแบบสินค้าให้ซ่อมได้
  • ใช้สินค้าและวัสดุให้นานที่สุด ด้วยการใช้ซ้ำ ซ่อม แบ่งปัน และส่งต่อ
  • คืนทรัพยากรกลับสู่ระบบ เมื่อใช้งานไม่ได้แล้ว ก็นำไปรีไซเคิลหรือแปรรูปเป็นพลังงาน แทนการทิ้งเปล่า

เศรษฐกิจหมุนเวียน ต่างจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรงอย่างไร

ระบบที่โลกใช้มาตลอดหลายร้อยปีเรียกว่า “เศรษฐกิจแบบเส้นตรง” (Linear Economy) คือ ขุดทรัพยากร → ผลิต → ใช้ → ทิ้ง ระบบนี้ทำงานได้ดีตอนที่ทรัพยากรยังเหลือเยอะและประชากรยังน้อย แต่เมื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วัตถุดิบเริ่มแพงขึ้น ขยะล้นบ่อฝังกลบ และมลพิษกระทบสุขภาพคน เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงถูกเสนอขึ้นมาเป็นทางออก

ประเด็นเศรษฐกิจแบบเส้นตรงเศรษฐกิจหมุนเวียน
แนวคิดหลักผลิต ใช้ แล้วทิ้งผลิต ใช้ แล้ววนกลับมาใช้ใหม่
มุมมองต่อขยะของไร้ค่าที่ต้องกำจัดวัตถุดิบที่มีมูลค่า
การออกแบบสินค้าเน้นต้นทุนต่ำ อายุสั้น เปลี่ยนบ่อยเน้นทนทาน ซ่อมได้ แยกชิ้นส่วนรีไซเคิลง่าย
การใช้ทรัพยากรธรรมชาติใช้ของใหม่ตลอดใช้วัสดุรีไซเคิลแทนบางส่วน
บทบาทของผู้บริโภคซื้อและทิ้งแยกขยะ ใช้ซ้ำ ซ่อม และส่งต่อ
ผลต่อสิ่งแวดล้อมขยะและคาร์บอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆลดขยะฝังกลบและลดการปล่อยคาร์บอน

สิ่งที่หลายคนมักสับสนคือ “รีไซเคิล” กับ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การรีไซเคิลเป็นแค่ เครื่องมือหนึ่ง ในเศรษฐกิจหมุนเวียน และจริงๆ แล้วเป็นด่านท้ายๆ ด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่ดีกว่าการรีไซเคิลคือการไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก และการใช้ของให้นานที่สุด

หลักการ R ของเศรษฐกิจหมุนเวียน เรียงจากดีที่สุดไปถึงทางเลือกสุดท้าย

หลายคนคุ้นกับ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) แต่ในเศรษฐกิจหมุนเวียนมีการขยายเป็นหลายขั้นมากขึ้น ยิ่งอยู่ด้านบนของตาราง ยิ่งรักษามูลค่าของทรัพยากรได้มาก

หลักการความหมายตัวอย่างที่ทำได้จริง
Refuse (ปฏิเสธ)ไม่รับสิ่งที่ไม่จำเป็นปฏิเสธถุงพลาสติกและหลอดเมื่อซื้อของไม่กี่ชิ้น
Reduce (ลด)ใช้ให้น้อยลงซื้อสินค้าแบบรีฟิล เลือกแพ็กใหญ่แทนแพ็กเล็กหลายชิ้น
Reuse (ใช้ซ้ำ)ใช้ของเดิมซ้ำหลายครั้งพกแก้วน้ำ กล่องข้าว ถุงผ้า
Repair (ซ่อม)ซ่อมแทนซื้อใหม่เปลี่ยนแบตมือถือ ซ่อมพัดลม ปะกางเกง
Refurbish / Remanufacture (ปรับสภาพ)นำของเก่ามาปรับปรุงให้กลับมาใช้ได้เหมือนใหม่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองที่ผ่านการปรับสภาพ
Recycle (รีไซเคิล)แปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่แยกขวด กระป๋อง กระดาษ ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า
Recover (นำพลังงานกลับมา)เปลี่ยนขยะที่รีไซเคิลไม่ได้เป็นพลังงานขยะเชื้อเพลิง (RDF) ใช้ในโรงไฟฟ้าหรือเตาเผาปูนซีเมนต์

สำหรับคนทั่วไป ขั้นที่ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดที่สุดคือ Reduce, Reuse และ Recycle โดยเฉพาะการ แยกขยะรีไซเคิล เพราะนอกจากช่วยสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังขายได้เงินกลับมาด้วย

ทำไมเศรษฐกิจหมุนเวียนถึงสำคัญกับประเทศไทย

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่เทรนด์จากต่างประเทศที่ไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องเจอโดยตรงในหลายมิติ

1. ขยะเกิดขึ้นมาก แต่ถูกนำกลับมาใช้ได้ไม่ถึงครึ่ง

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในปี 2566 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยประมาณ 26.95 ล้านตัน หรือราว 1.1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ในจำนวนนี้ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียงประมาณ 9.31 ล้านตัน (ราวร้อยละ 34.5) และยังมีอีกกว่า 7 ล้านตันที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เช่น เทกองหรือเผากลางแจ้ง ปัญหาสำคัญคือขยะที่ยังมีค่าจำนวนมากถูกทิ้งปนกับเศษอาหารจนสกปรก ทำให้รีไซเคิลต่อไม่ได้

พูดง่ายๆ คือ ทุกวันมีขวด กระป๋อง และกระดาษที่ขายได้เงินจำนวนมหาศาลถูกส่งไปฝังกลบโดยไม่จำเป็น ถ้าทุกบ้านแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปได้มาก

2. เป็นวาระแห่งชาติภายใต้ BCG Model

รัฐบาลไทยกำหนดให้ BCG Model (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) เป็นวาระแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564–2570 ตัว “C” ในชื่อนี้ก็คือ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนนั่นเอง แปลว่านโยบาย การลงทุน และกฎระเบียบหลายเรื่องในอนาคตจะเดินไปทิศทางนี้

3. ไทยปิดประตูรับขยะพลาสติกจากต่างประเทศแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ประเทศไทยห้ามนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นถังขยะของโลก ผลที่ตามมาคือโรงงานรีไซเคิลในประเทศต้องพึ่งพาเศษพลาสติกที่คัดแยกจากในไทยเองมากขึ้น ขยะพลาสติกสะอาดที่แยกจากบ้านเราจึงยิ่งมีความหมายต่อทั้งอุตสาหกรรมและรายได้ของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า

4. ตลาดโลกเริ่มบังคับให้ใช้วัสดุรีไซเคิล

แบรนด์ใหญ่ทั่วโลกตั้งเป้าใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์มากขึ้นตามกฎหมายและเป้าหมาย ESG ผู้ส่งออกไทยที่ต้องการขายสินค้าให้ตลาดเหล่านี้จึงต้องมีวัตถุดิบรีไซเคิลคุณภาพดี ซึ่งเริ่มต้นจากการคัดแยกที่ดีตั้งแต่ครัวเรือน อ่านเพิ่มเกี่ยวกับแนวโน้มนี้ได้ในบทความ ขยะรีไซเคิล ทำไมจะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าในอนาคต

ตัวอย่างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน ที่เห็นได้รอบตัว

เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นรอบตัวเราอยู่แล้วทุกวัน เพียงแต่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ตารางนี้แสดงว่าของที่เราแยกขายแต่ละชิ้นเดินทางไปเป็นอะไรต่อ

ขยะรีไซเคิลหมุนกลับมาเป็นเคล็ดลับก่อนแยก
ขวดพลาสติกใส (PET)ขวดใหม่ เส้นใยเสื้อผ้า กระเป๋า พรมเทน้ำออก บีบให้แบน แยกฝาได้ยิ่งดี
กระป๋องอะลูมิเนียมกระป๋องใบใหม่ หลอมซ้ำได้แทบไม่จำกัดรอบล้างคร่าวๆ เหยียบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่
กล่องลังกระดาษกล่องใหม่ กระดาษแข็ง ไส้แกนกระดาษพับให้แบน เก็บให้แห้ง ไม่ให้เปียกฝน
ขวดแก้วขวดแก้วใบใหม่ หรือนำกลับมาล้างใช้ซ้ำแยกตามสี (ใส ชา เขียว) ถ้าทำได้
เศษเหล็ก ทองแดง ทองเหลืองเหล็กเส้น ชิ้นส่วนเครื่องจักร สายไฟใหม่แยกโลหะแต่ละชนิด ห้ามเผาสายไฟเพื่อเอาทองแดง
เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าชิ้นส่วนอะไหล่ และโลหะมีค่าที่สกัดได้ส่งให้ผู้รับซื้อที่ถูกกฎหมาย ไม่แกะทิ้งเอง

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ กระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งรีไซเคิลวนซ้ำได้หลายรอบโดยคุณภาพแทบไม่ลดลง และการผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการถลุงจากแร่ใหม่มาก ส่วน กระดาษ ก็เป็นอีกกลุ่มที่หมุนเวียนได้ดีถ้าแยกให้ถูก ดูรายละเอียดได้ใน กระดาษรีไซเคิลมีอะไรบ้าง แบบไหนขายได้ แบบไหนรีไซเคิลไม่ได้

นอกจากเรื่องขยะแล้ว เศรษฐกิจหมุนเวียนยังอยู่ในรูปแบบอื่นด้วย เช่น ร้านกาแฟที่ลดราคาให้คนพกแก้วมาเอง ร้านรีฟิลน้ำยาซักผ้า แอปขายเสื้อผ้ามือสอง บริการเช่าชุดแทนการซื้อใส่ครั้งเดียว หรือฟาร์มที่นำกากอาหารไปทำปุ๋ยหมัก ทั้งหมดนี้คือการทำให้ทรัพยากรถูกใช้นานขึ้น

ใครอยู่ในวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนบ้าง

เศรษฐกิจหมุนเวียนจะหมุนได้จริงก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายในวงจรทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วงจรก็สะดุด

  • ผู้ผลิต — ออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลง่าย ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต และรับผิดชอบเก็บบรรจุภัณฑ์กลับคืน (Packaging Take-Back)
  • ผู้บริโภค — เลือกซื้ออย่างรู้คิด ใช้ซ้ำ และแยกขยะให้สะอาดตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าขยะปนกันตั้งแต่บ้าน ขั้นต่อไปก็ทำได้ยาก
  • ผู้รับซื้อและผู้รีไซเคิล — ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ธนาคารขยะ และโรงงานรีไซเคิล ที่ทำหน้าที่รวบรวม คัดเกรด และส่งวัสดุกลับเข้าสู่การผลิต

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าคือ “ฮีโร่ตัวจริง” ของเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทย เพราะเป็นกลุ่มที่เก็บขยะรีไซเคิลกลับเข้าระบบได้มากที่สุด ร้านรับซื้อยุคใหม่หลายแห่งเริ่มใช้ โปรแกรมรับซื้อของเก่า เพื่อบันทึกการรับซื้อและสต๊อกให้แม่นยำ ซึ่งช่วยให้วัสดุทุกกิโลกรัมถูกติดตามได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงโรงงาน

วิธีเริ่มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่บ้าน ทำได้ใน 7 ขั้นตอน

ไม่ต้องรอนโยบายใหญ่ ไม่ต้องลงทุนอะไร ทุกบ้านเริ่มได้วันนี้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้

  1. ตั้งถังแยกขยะอย่างน้อย 3 ใบ แยกเป็น ขยะรีไซเคิล ขยะเศษอาหาร และขยะทั่วไป แค่นี้ก็ช่วยให้ของที่ขายได้ไม่ปนเปื้อนแล้ว
  2. ล้างและทำให้แห้งก่อนเก็บ ขวดและกล่องที่มีเศษอาหารติดจะทำให้ร้านรับซื้อกดราคาหรือไม่รับเลย แค่กลั้วน้ำคร่าวๆ ก็พอ
  3. บีบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่ ขวดพลาสติก กระป๋อง และกล่องกระดาษที่พับแบนจะเก็บได้มากขึ้นหลายเท่า
  4. แยกตามประเภทวัสดุ พลาสติกใส พลาสติกขุ่น กระป๋อง กระดาษ แก้ว ยิ่งแยกละเอียด ยิ่งได้ราคาดี
  5. นำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก ถ้ามีพื้นที่ เศษผักผลไม้กลายเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้ ลดขยะเปียกที่ส่งกลิ่นได้มาก
  6. ซ่อมและส่งต่อก่อนทิ้ง เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังใช้ได้ ลองบริจาคหรือขายมือสองก่อน
  7. ขายหรือส่งต่อขยะรีไซเคิลให้ผู้รับซื้อ เมื่อสะสมได้ปริมาณหนึ่ง ก็นำไปขายร้านรับซื้อใกล้บ้าน หรือเรียกซาเล้งมารับถึงบ้าน

ขั้นตอนสุดท้ายเป็นจุดที่หลายคนติด เพราะไม่รู้ว่าร้านรับซื้ออยู่ที่ไหน ราคาวันนี้เท่าไหร่ หรือมีของน้อยเกินกว่าจะออกไปขาย ตรงนี้เองที่ แอปแยกขยะ Green2Get ช่วยได้ ด้วยการค้นหาจุดรับซื้อใกล้บ้านและเชื่อมต่อกับฮีโร่รีไซเคิลในพื้นที่ ดูรายละเอียดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปได้ที่หน้า แยกขยะได้เงินสำหรับผู้บริโภค

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน

“เศรษฐกิจหมุนเวียนคือการรีไซเคิลเท่านั้น”

ไม่ใช่ การรีไซเคิลเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การลดการใช้ ใช้ซ้ำ และซ่อม มีผลดีกว่าเพราะรักษามูลค่าของสินค้าไว้ได้มากกว่าการนำไปหลอมหรือบดใหม่

“แยกขยะไปก็เท่านั้น เดี๋ยวรถขยะก็เทรวมกันอยู่ดี”

ขยะรีไซเคิลที่แยกสะอาดมักไม่ได้ไปจบที่รถขยะ เพราะมีซาเล้ง ธนาคารขยะ และร้านรับซื้อของเก่าคอยรับซื้อ ยิ่งถ้าเรานำไปขายหรือส่งต่อเอง ขยะเหล่านี้จะกลับเข้าสู่โรงงานรีไซเคิลแน่นอน

“เป็นเรื่องของรัฐและบริษัทใหญ่ ไม่เกี่ยวกับคนทั่วไป”

ผู้บริโภคคือต้นทางของวงจร ถ้าขยะปนกันตั้งแต่บ้าน ต่อให้มีโรงงานรีไซเคิลที่ทันสมัยแค่ไหนก็ได้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ การแยกขยะของแต่ละบ้านจึงมีผลต่อทั้งระบบ

“ทุกอย่างที่เป็นพลาสติกรีไซเคิลได้หมด”

ไม่จริง พลาสติกบางชนิด เช่น ถุงขนมหลายชั้นที่มีฟอยล์ด้านใน หรือโฟม ยังรีไซเคิลได้ยากและมักไม่มีร้านรับซื้อ การรู้ว่าอะไรขายได้หรือไม่ได้จะช่วยให้แยกได้ถูกต้องมากขึ้น

“เผาสายไฟเอาทองแดงก็เป็นการรีไซเคิล”

การเผาสายไฟกลางแจ้งปล่อยควันพิษและผิดกฎหมาย ร้านรับซื้อที่ถูกต้องจะไม่รับทองแดงที่ได้จากการเผา อ่านเพิ่มได้ใน ของเก่าที่ห้ามรับซื้อเพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน

เศรษฐกิจหมุนเวียนภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

เรียกว่า Circular Economy ตรงข้ามกับ Linear Economy หรือเศรษฐกิจแบบเส้นตรง

เศรษฐกิจหมุนเวียนกับ BCG Model เกี่ยวกันอย่างไร

BCG ย่อมาจาก Bio-Circular-Green Economy โดยตัว C คือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของโมเดลเศรษฐกิจที่ไทยใช้เป็นวาระแห่งชาติ

เศรษฐกิจหมุนเวียนต่างจาก Zero Waste อย่างไร

Zero Waste เน้นเป้าหมายการไม่สร้างขยะในระดับบุคคลหรือองค์กร ส่วนเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกรอบคิดระดับระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การบริโภค ไปจนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ทั้งสองแนวคิดจึงไปในทิศทางเดียวกันและเสริมกัน

คนทั่วไปได้ประโยชน์อะไรจากเศรษฐกิจหมุนเวียน

ได้ทั้งรายได้จากการขายขยะรีไซเคิล ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการใช้ซ้ำและซ่อม บ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบขึ้น และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป

เริ่มแยกขยะได้เงินต้องมีขยะเยอะแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องมีเยอะ เริ่มจากสะสมขวด กระป๋อง และกล่องกระดาษในบ้านสัก 1–2 สัปดาห์ แล้วค่อยนำไปขาย หรือใช้แอปค้นหาฮีโร่รีไซเคิลที่รับถึงบ้านในพื้นที่

สรุป: เศรษฐกิจหมุนเวียนเริ่มได้จากการแยกขยะที่บ้านคุณ

เศรษฐกิจหมุนเวียนคือการเปลี่ยนวิธีคิดจาก “ใช้แล้วทิ้ง” เป็น “ใช้แล้ววนกลับมาใช้ใหม่” ทำให้ทรัพยากรถูกใช้คุ้มค่าที่สุด ลดขยะและมลพิษ และสร้างรายได้ให้คนในวงจรตั้งแต่ผู้บริโภค ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ไปจนถึงโรงงาน ประเทศไทยเองก็เดินหน้าเรื่องนี้ทั้งผ่าน BCG Model และการห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ขยะรีไซเคิลที่คัดแยกอย่างดีจากในประเทศจึงยิ่งมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ทุกคนทำได้ทันทีคือแยกขยะให้สะอาดและส่งต่อให้ถึงมือผู้รับซื้อ ถ้าอยากเริ่มแบบง่ายๆ และได้เงินกลับมาด้วย ลองดาวน์โหลด แอปแยกขยะ Green2Get เพื่อค้นหาจุดรับซื้อใกล้บ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียนตั้งแต่วันนี้