เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร? อธิบายง่ายๆ พร้อมตัวอย่างและวิธีเริ่ม 2569
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือระบบเศรษฐกิจที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้ซ้ำวนกลับมาให้นานที่สุด แทนที่จะ “ผลิต ใช้ แล้วทิ้ง” ของที่หมดอายุการใช้งานจะถูกซ่อม ใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบใหม่ ผลคือใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลง ขยะลดลง และของเหลือใช้กลายเป็นรายได้ ซึ่งทุกคนเริ่มได้ตั้งแต่การแยกขยะที่บ้าน
บทความนี้จะอธิบายเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ความหมาย หลักการ ตัวอย่างในชีวิตจริง ไปจนถึงวิธีที่คนธรรมดาอย่างเราจะเป็นส่วนหนึ่งของวงจรนี้ได้ตั้งแต่วันนี้
เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุด
ลองนึกถึงขวดน้ำพลาสติก 1 ใบ ในระบบเดิม ขวดนี้ถูกผลิตจากน้ำมันดิบ ส่งไปขาย เราดื่มน้ำหมดภายใน 10 นาที แล้วทิ้งลงถังรวม สุดท้ายขวดไปจบที่บ่อฝังกลบ หรือหลุดลงแม่น้ำและทะเล ทรัพยากรที่ใช้ผลิตขวดใบนั้นหายไปตลอดกาล
แต่ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ขวดใบเดียวกันจะถูกแยกออกจากขยะอื่นตั้งแต่ที่บ้าน ส่งต่อให้ซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า เข้าโรงงานรีไซเคิลเพื่อบดเป็นเกล็ดพลาสติก แล้วกลับมาเป็นขวดใบใหม่ เส้นใยผ้า หรือสินค้าชิ้นอื่น ทรัพยากรไม่ได้หายไป แต่ “หมุน” กลับเข้าระบบอีกรอบ
แนวคิดนี้จึงไม่ได้มองว่าขยะคือปลายทาง แต่มองว่า ขยะคือวัตถุดิบที่วางผิดที่ หัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียนมี 3 ข้อหลัก
- ออกแบบไม่ให้เกิดขยะตั้งแต่ต้น เช่น ผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุชนิดเดียวที่รีไซเคิลง่าย หรือออกแบบสินค้าให้ซ่อมได้
- ใช้สินค้าและวัสดุให้นานที่สุด ด้วยการใช้ซ้ำ ซ่อม แบ่งปัน และส่งต่อ
- คืนทรัพยากรกลับสู่ระบบ เมื่อใช้งานไม่ได้แล้ว ก็นำไปรีไซเคิลหรือแปรรูปเป็นพลังงาน แทนการทิ้งเปล่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน ต่างจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรงอย่างไร
ระบบที่โลกใช้มาตลอดหลายร้อยปีเรียกว่า “เศรษฐกิจแบบเส้นตรง” (Linear Economy) คือ ขุดทรัพยากร → ผลิต → ใช้ → ทิ้ง ระบบนี้ทำงานได้ดีตอนที่ทรัพยากรยังเหลือเยอะและประชากรยังน้อย แต่เมื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วัตถุดิบเริ่มแพงขึ้น ขยะล้นบ่อฝังกลบ และมลพิษกระทบสุขภาพคน เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงถูกเสนอขึ้นมาเป็นทางออก
| ประเด็น | เศรษฐกิจแบบเส้นตรง | เศรษฐกิจหมุนเวียน |
|---|---|---|
| แนวคิดหลัก | ผลิต ใช้ แล้วทิ้ง | ผลิต ใช้ แล้ววนกลับมาใช้ใหม่ |
| มุมมองต่อขยะ | ของไร้ค่าที่ต้องกำจัด | วัตถุดิบที่มีมูลค่า |
| การออกแบบสินค้า | เน้นต้นทุนต่ำ อายุสั้น เปลี่ยนบ่อย | เน้นทนทาน ซ่อมได้ แยกชิ้นส่วนรีไซเคิลง่าย |
| การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ | ใช้ของใหม่ตลอด | ใช้วัสดุรีไซเคิลแทนบางส่วน |
| บทบาทของผู้บริโภค | ซื้อและทิ้ง | แยกขยะ ใช้ซ้ำ ซ่อม และส่งต่อ |
| ผลต่อสิ่งแวดล้อม | ขยะและคาร์บอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | ลดขยะฝังกลบและลดการปล่อยคาร์บอน |
สิ่งที่หลายคนมักสับสนคือ “รีไซเคิล” กับ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การรีไซเคิลเป็นแค่ เครื่องมือหนึ่ง ในเศรษฐกิจหมุนเวียน และจริงๆ แล้วเป็นด่านท้ายๆ ด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่ดีกว่าการรีไซเคิลคือการไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก และการใช้ของให้นานที่สุด
หลักการ R ของเศรษฐกิจหมุนเวียน เรียงจากดีที่สุดไปถึงทางเลือกสุดท้าย
หลายคนคุ้นกับ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) แต่ในเศรษฐกิจหมุนเวียนมีการขยายเป็นหลายขั้นมากขึ้น ยิ่งอยู่ด้านบนของตาราง ยิ่งรักษามูลค่าของทรัพยากรได้มาก
| หลักการ | ความหมาย | ตัวอย่างที่ทำได้จริง |
|---|---|---|
| Refuse (ปฏิเสธ) | ไม่รับสิ่งที่ไม่จำเป็น | ปฏิเสธถุงพลาสติกและหลอดเมื่อซื้อของไม่กี่ชิ้น |
| Reduce (ลด) | ใช้ให้น้อยลง | ซื้อสินค้าแบบรีฟิล เลือกแพ็กใหญ่แทนแพ็กเล็กหลายชิ้น |
| Reuse (ใช้ซ้ำ) | ใช้ของเดิมซ้ำหลายครั้ง | พกแก้วน้ำ กล่องข้าว ถุงผ้า |
| Repair (ซ่อม) | ซ่อมแทนซื้อใหม่ | เปลี่ยนแบตมือถือ ซ่อมพัดลม ปะกางเกง |
| Refurbish / Remanufacture (ปรับสภาพ) | นำของเก่ามาปรับปรุงให้กลับมาใช้ได้เหมือนใหม่ | ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองที่ผ่านการปรับสภาพ |
| Recycle (รีไซเคิล) | แปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่ | แยกขวด กระป๋อง กระดาษ ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า |
| Recover (นำพลังงานกลับมา) | เปลี่ยนขยะที่รีไซเคิลไม่ได้เป็นพลังงาน | ขยะเชื้อเพลิง (RDF) ใช้ในโรงไฟฟ้าหรือเตาเผาปูนซีเมนต์ |
สำหรับคนทั่วไป ขั้นที่ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดที่สุดคือ Reduce, Reuse และ Recycle โดยเฉพาะการ แยกขยะรีไซเคิล เพราะนอกจากช่วยสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังขายได้เงินกลับมาด้วย
ทำไมเศรษฐกิจหมุนเวียนถึงสำคัญกับประเทศไทย
เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่เทรนด์จากต่างประเทศที่ไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องเจอโดยตรงในหลายมิติ
1. ขยะเกิดขึ้นมาก แต่ถูกนำกลับมาใช้ได้ไม่ถึงครึ่ง
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในปี 2566 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยประมาณ 26.95 ล้านตัน หรือราว 1.1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ในจำนวนนี้ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียงประมาณ 9.31 ล้านตัน (ราวร้อยละ 34.5) และยังมีอีกกว่า 7 ล้านตันที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เช่น เทกองหรือเผากลางแจ้ง ปัญหาสำคัญคือขยะที่ยังมีค่าจำนวนมากถูกทิ้งปนกับเศษอาหารจนสกปรก ทำให้รีไซเคิลต่อไม่ได้
พูดง่ายๆ คือ ทุกวันมีขวด กระป๋อง และกระดาษที่ขายได้เงินจำนวนมหาศาลถูกส่งไปฝังกลบโดยไม่จำเป็น ถ้าทุกบ้านแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปได้มาก
2. เป็นวาระแห่งชาติภายใต้ BCG Model
รัฐบาลไทยกำหนดให้ BCG Model (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) เป็นวาระแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564–2570 ตัว “C” ในชื่อนี้ก็คือ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนนั่นเอง แปลว่านโยบาย การลงทุน และกฎระเบียบหลายเรื่องในอนาคตจะเดินไปทิศทางนี้
3. ไทยปิดประตูรับขยะพลาสติกจากต่างประเทศแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ประเทศไทยห้ามนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นถังขยะของโลก ผลที่ตามมาคือโรงงานรีไซเคิลในประเทศต้องพึ่งพาเศษพลาสติกที่คัดแยกจากในไทยเองมากขึ้น ขยะพลาสติกสะอาดที่แยกจากบ้านเราจึงยิ่งมีความหมายต่อทั้งอุตสาหกรรมและรายได้ของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า
4. ตลาดโลกเริ่มบังคับให้ใช้วัสดุรีไซเคิล
แบรนด์ใหญ่ทั่วโลกตั้งเป้าใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์มากขึ้นตามกฎหมายและเป้าหมาย ESG ผู้ส่งออกไทยที่ต้องการขายสินค้าให้ตลาดเหล่านี้จึงต้องมีวัตถุดิบรีไซเคิลคุณภาพดี ซึ่งเริ่มต้นจากการคัดแยกที่ดีตั้งแต่ครัวเรือน อ่านเพิ่มเกี่ยวกับแนวโน้มนี้ได้ในบทความ ขยะรีไซเคิล ทำไมจะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าในอนาคต
ตัวอย่างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน ที่เห็นได้รอบตัว
เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นรอบตัวเราอยู่แล้วทุกวัน เพียงแต่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ตารางนี้แสดงว่าของที่เราแยกขายแต่ละชิ้นเดินทางไปเป็นอะไรต่อ
| ขยะรีไซเคิล | หมุนกลับมาเป็น | เคล็ดลับก่อนแยก |
|---|---|---|
| ขวดพลาสติกใส (PET) | ขวดใหม่ เส้นใยเสื้อผ้า กระเป๋า พรม | เทน้ำออก บีบให้แบน แยกฝาได้ยิ่งดี |
| กระป๋องอะลูมิเนียม | กระป๋องใบใหม่ หลอมซ้ำได้แทบไม่จำกัดรอบ | ล้างคร่าวๆ เหยียบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่ |
| กล่องลังกระดาษ | กล่องใหม่ กระดาษแข็ง ไส้แกนกระดาษ | พับให้แบน เก็บให้แห้ง ไม่ให้เปียกฝน |
| ขวดแก้ว | ขวดแก้วใบใหม่ หรือนำกลับมาล้างใช้ซ้ำ | แยกตามสี (ใส ชา เขียว) ถ้าทำได้ |
| เศษเหล็ก ทองแดง ทองเหลือง | เหล็กเส้น ชิ้นส่วนเครื่องจักร สายไฟใหม่ | แยกโลหะแต่ละชนิด ห้ามเผาสายไฟเพื่อเอาทองแดง |
| เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า | ชิ้นส่วนอะไหล่ และโลหะมีค่าที่สกัดได้ | ส่งให้ผู้รับซื้อที่ถูกกฎหมาย ไม่แกะทิ้งเอง |
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ กระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งรีไซเคิลวนซ้ำได้หลายรอบโดยคุณภาพแทบไม่ลดลง และการผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการถลุงจากแร่ใหม่มาก ส่วน กระดาษ ก็เป็นอีกกลุ่มที่หมุนเวียนได้ดีถ้าแยกให้ถูก ดูรายละเอียดได้ใน กระดาษรีไซเคิลมีอะไรบ้าง แบบไหนขายได้ แบบไหนรีไซเคิลไม่ได้
นอกจากเรื่องขยะแล้ว เศรษฐกิจหมุนเวียนยังอยู่ในรูปแบบอื่นด้วย เช่น ร้านกาแฟที่ลดราคาให้คนพกแก้วมาเอง ร้านรีฟิลน้ำยาซักผ้า แอปขายเสื้อผ้ามือสอง บริการเช่าชุดแทนการซื้อใส่ครั้งเดียว หรือฟาร์มที่นำกากอาหารไปทำปุ๋ยหมัก ทั้งหมดนี้คือการทำให้ทรัพยากรถูกใช้นานขึ้น
ใครอยู่ในวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนบ้าง
เศรษฐกิจหมุนเวียนจะหมุนได้จริงก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายในวงจรทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วงจรก็สะดุด
- ผู้ผลิต — ออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลง่าย ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต และรับผิดชอบเก็บบรรจุภัณฑ์กลับคืน (Packaging Take-Back)
- ผู้บริโภค — เลือกซื้ออย่างรู้คิด ใช้ซ้ำ และแยกขยะให้สะอาดตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าขยะปนกันตั้งแต่บ้าน ขั้นต่อไปก็ทำได้ยาก
- ผู้รับซื้อและผู้รีไซเคิล — ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ธนาคารขยะ และโรงงานรีไซเคิล ที่ทำหน้าที่รวบรวม คัดเกรด และส่งวัสดุกลับเข้าสู่การผลิต
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าคือ “ฮีโร่ตัวจริง” ของเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทย เพราะเป็นกลุ่มที่เก็บขยะรีไซเคิลกลับเข้าระบบได้มากที่สุด ร้านรับซื้อยุคใหม่หลายแห่งเริ่มใช้ โปรแกรมรับซื้อของเก่า เพื่อบันทึกการรับซื้อและสต๊อกให้แม่นยำ ซึ่งช่วยให้วัสดุทุกกิโลกรัมถูกติดตามได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงโรงงาน
วิธีเริ่มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่บ้าน ทำได้ใน 7 ขั้นตอน
ไม่ต้องรอนโยบายใหญ่ ไม่ต้องลงทุนอะไร ทุกบ้านเริ่มได้วันนี้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้
- ตั้งถังแยกขยะอย่างน้อย 3 ใบ แยกเป็น ขยะรีไซเคิล ขยะเศษอาหาร และขยะทั่วไป แค่นี้ก็ช่วยให้ของที่ขายได้ไม่ปนเปื้อนแล้ว
- ล้างและทำให้แห้งก่อนเก็บ ขวดและกล่องที่มีเศษอาหารติดจะทำให้ร้านรับซื้อกดราคาหรือไม่รับเลย แค่กลั้วน้ำคร่าวๆ ก็พอ
- บีบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่ ขวดพลาสติก กระป๋อง และกล่องกระดาษที่พับแบนจะเก็บได้มากขึ้นหลายเท่า
- แยกตามประเภทวัสดุ พลาสติกใส พลาสติกขุ่น กระป๋อง กระดาษ แก้ว ยิ่งแยกละเอียด ยิ่งได้ราคาดี
- นำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก ถ้ามีพื้นที่ เศษผักผลไม้กลายเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้ ลดขยะเปียกที่ส่งกลิ่นได้มาก
- ซ่อมและส่งต่อก่อนทิ้ง เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังใช้ได้ ลองบริจาคหรือขายมือสองก่อน
- ขายหรือส่งต่อขยะรีไซเคิลให้ผู้รับซื้อ เมื่อสะสมได้ปริมาณหนึ่ง ก็นำไปขายร้านรับซื้อใกล้บ้าน หรือเรียกซาเล้งมารับถึงบ้าน
ขั้นตอนสุดท้ายเป็นจุดที่หลายคนติด เพราะไม่รู้ว่าร้านรับซื้ออยู่ที่ไหน ราคาวันนี้เท่าไหร่ หรือมีของน้อยเกินกว่าจะออกไปขาย ตรงนี้เองที่ แอปแยกขยะ Green2Get ช่วยได้ ด้วยการค้นหาจุดรับซื้อใกล้บ้านและเชื่อมต่อกับฮีโร่รีไซเคิลในพื้นที่ ดูรายละเอียดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปได้ที่หน้า แยกขยะได้เงินสำหรับผู้บริโภค
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน
“เศรษฐกิจหมุนเวียนคือการรีไซเคิลเท่านั้น”
ไม่ใช่ การรีไซเคิลเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การลดการใช้ ใช้ซ้ำ และซ่อม มีผลดีกว่าเพราะรักษามูลค่าของสินค้าไว้ได้มากกว่าการนำไปหลอมหรือบดใหม่
“แยกขยะไปก็เท่านั้น เดี๋ยวรถขยะก็เทรวมกันอยู่ดี”
ขยะรีไซเคิลที่แยกสะอาดมักไม่ได้ไปจบที่รถขยะ เพราะมีซาเล้ง ธนาคารขยะ และร้านรับซื้อของเก่าคอยรับซื้อ ยิ่งถ้าเรานำไปขายหรือส่งต่อเอง ขยะเหล่านี้จะกลับเข้าสู่โรงงานรีไซเคิลแน่นอน
“เป็นเรื่องของรัฐและบริษัทใหญ่ ไม่เกี่ยวกับคนทั่วไป”
ผู้บริโภคคือต้นทางของวงจร ถ้าขยะปนกันตั้งแต่บ้าน ต่อให้มีโรงงานรีไซเคิลที่ทันสมัยแค่ไหนก็ได้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ การแยกขยะของแต่ละบ้านจึงมีผลต่อทั้งระบบ
“ทุกอย่างที่เป็นพลาสติกรีไซเคิลได้หมด”
ไม่จริง พลาสติกบางชนิด เช่น ถุงขนมหลายชั้นที่มีฟอยล์ด้านใน หรือโฟม ยังรีไซเคิลได้ยากและมักไม่มีร้านรับซื้อ การรู้ว่าอะไรขายได้หรือไม่ได้จะช่วยให้แยกได้ถูกต้องมากขึ้น
“เผาสายไฟเอาทองแดงก็เป็นการรีไซเคิล”
การเผาสายไฟกลางแจ้งปล่อยควันพิษและผิดกฎหมาย ร้านรับซื้อที่ถูกต้องจะไม่รับทองแดงที่ได้จากการเผา อ่านเพิ่มได้ใน ของเก่าที่ห้ามรับซื้อเพราะผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน
เศรษฐกิจหมุนเวียนภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
เรียกว่า Circular Economy ตรงข้ามกับ Linear Economy หรือเศรษฐกิจแบบเส้นตรง
เศรษฐกิจหมุนเวียนกับ BCG Model เกี่ยวกันอย่างไร
BCG ย่อมาจาก Bio-Circular-Green Economy โดยตัว C คือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของโมเดลเศรษฐกิจที่ไทยใช้เป็นวาระแห่งชาติ
เศรษฐกิจหมุนเวียนต่างจาก Zero Waste อย่างไร
Zero Waste เน้นเป้าหมายการไม่สร้างขยะในระดับบุคคลหรือองค์กร ส่วนเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกรอบคิดระดับระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การบริโภค ไปจนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ทั้งสองแนวคิดจึงไปในทิศทางเดียวกันและเสริมกัน
คนทั่วไปได้ประโยชน์อะไรจากเศรษฐกิจหมุนเวียน
ได้ทั้งรายได้จากการขายขยะรีไซเคิล ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการใช้ซ้ำและซ่อม บ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบขึ้น และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป
เริ่มแยกขยะได้เงินต้องมีขยะเยอะแค่ไหน
ไม่จำเป็นต้องมีเยอะ เริ่มจากสะสมขวด กระป๋อง และกล่องกระดาษในบ้านสัก 1–2 สัปดาห์ แล้วค่อยนำไปขาย หรือใช้แอปค้นหาฮีโร่รีไซเคิลที่รับถึงบ้านในพื้นที่
สรุป: เศรษฐกิจหมุนเวียนเริ่มได้จากการแยกขยะที่บ้านคุณ
เศรษฐกิจหมุนเวียนคือการเปลี่ยนวิธีคิดจาก “ใช้แล้วทิ้ง” เป็น “ใช้แล้ววนกลับมาใช้ใหม่” ทำให้ทรัพยากรถูกใช้คุ้มค่าที่สุด ลดขยะและมลพิษ และสร้างรายได้ให้คนในวงจรตั้งแต่ผู้บริโภค ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ไปจนถึงโรงงาน ประเทศไทยเองก็เดินหน้าเรื่องนี้ทั้งผ่าน BCG Model และการห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ขยะรีไซเคิลที่คัดแยกอย่างดีจากในประเทศจึงยิ่งมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่ทุกคนทำได้ทันทีคือแยกขยะให้สะอาดและส่งต่อให้ถึงมือผู้รับซื้อ ถ้าอยากเริ่มแบบง่ายๆ และได้เงินกลับมาด้วย ลองดาวน์โหลด แอปแยกขยะ Green2Get เพื่อค้นหาจุดรับซื้อใกล้บ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียนตั้งแต่วันนี้
