ภาษีมูลค่าเพิ่มกับธุรกิจรับซื้อของเก่า: สิ่งที่คนอยากเริ่มธุรกิจนี้ต้องรู้ก่อนเจอปัญหาไม่ทันตั้งตัว

ธุรกิจของเก่าคือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่กรมสรรพากรจับตาเป็นพิเศษเรื่อง VAT มากที่สุด รู้กลไกไว้ก่อน ไม่ใช่แค่ป้องกันปัญหา แต่ยังช่วยให้ธุรกิจไปได้ไกลกว่าคู่แข่งที่ไม่รู้เรื่องนี้

สำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาสในธุรกิจรีไซเคิลหรือวางแผนเปิดร้านรับซื้อของเก่า เรื่องราคารับซื้อและแหล่งลูกค้าอาจเป็นสิ่งแรกที่คิดถึง แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและมักถูกมองข้าม นั่นคือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพราะธุรกิจประเภทนี้มีโครงสร้างการซื้อขายที่ทำให้เกิดปัญหาด้าน VAT ได้ง่ายกว่าธุรกิจทั่วไป และเป็นกลุ่มที่กรมสรรพากรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการตรวจสอบช่วงหลายปีที่ผ่านมา

VAT พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเปิดร้าน

ภาษีมูลค่าเพิ่มคือภาษีที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าหรือให้บริการในอัตรา 7% ของมูลค่าสินค้า ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ หลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้า และต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นรายเดือน โดยคำนวณจากผลต่างระหว่าง “ภาษีขาย” ที่เรียกเก็บจากลูกค้า กับ “ภาษีซื้อ” ที่จ่ายให้ผู้ขายเมื่อซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบมาประกอบกิจการ หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่วนต่างไปชำระให้กรมสรรพากร แต่หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย สามารถขอคืนภาษีส่วนนั้นได้

จุดที่ทำให้ธุรกิจของเก่ามีปัญหา VAT มากกว่าธุรกิจทั่วไป

หัวใจของปัญหาอยู่ที่โครงสร้างห่วงโซ่การซื้อขายของธุรกิจนี้เอง กรมสรรพากรระบุชัดเจนว่าวงจรการซื้อขายเศษวัสดุมักเริ่มต้นจากผู้รับซื้อรายย่อยอย่างซาเล้งที่ไปรับซื้อของตามบ้านเรือน ก่อนนำมาขายต่อให้ร้านรวบรวมของเก่า ซึ่งอาจส่งต่อไปยังผู้ค้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่อีกทอดหนึ่ง ปัญหาคือซาเล้งและผู้ขายรายย่อยส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT จึงไม่สามารถออกใบกำกับภาษีซื้อที่ถูกต้องให้กับร้านที่รับซื้อได้ เมื่อร้านของเก่าที่จด VAT แล้วต้องการภาษีซื้อมาหักลบกับภาษีขายเพื่อลดภาระภาษี จึงเกิดช่องว่างที่ผู้ไม่หวังดีอาศัยสร้างใบกำกับภาษีปลอมขึ้นมาสวมรอยเป็นภาษีซื้อ ทำให้ธุรกิจค้าของเก่าและรีไซเคิล โดยเฉพาะกลุ่มเศษเหล็ก กลายเป็นกลุ่มที่มีคดีใบกำกับภาษีปลอมมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนไปในอดีตเคยเกิดคดีใหญ่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดโปงขบวนการผู้ส่งออกเศษเหล็กกว่า 30 ราย สร้างธุรกรรมซื้อขายเท็จเพื่อขอคืน VAT สร้างความเสียหายต่อรัฐกว่า 3,200 ล้านบาท และลุกลามไปถึงเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรระดับสูงหลายราย ผู้ที่กำลังคิดจะเข้าสู่ธุรกิจนี้จึงควรตระหนักว่าความเสี่ยงด้าน VAT ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจถูกดึงเข้าไปพัวพันโดยไม่ตั้งใจได้ หากไม่ระมัดระวังเรื่องคู่ค้าและเอกสารตั้งแต่ต้น

Reverse Charge VAT: กติกาใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจนี้ทั้งระบบ

ด้วยปัญหาที่สะสมมานาน กรมสรรพากรจึงอยู่ระหว่างผลักดันกลไกภาษีใหม่ที่เรียกว่า Domestic Reverse Charge VAT (DRC) โดยมีการจัดสัมมนาระดับชาติในหัวข้อนี้ที่อาคารรัฐสภาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ภายใต้ชื่อ “The Green Tax Shift: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทยด้วย Domestic Reverse Charge VAT” ซึ่งมีกรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าร่วม โดยระบุว่าธุรกิจค้าของเก่าและรีไซเคิลจะเป็นกลุ่มแรกที่นำกลไกนี้มาใช้ หัวใจของ DRC คือการ “สลับฝั่ง” ผู้รับผิดชอบนำส่งภาษี จากเดิมที่ผู้ขาย (ร้านของเก่า) เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีขายและนำส่ง VAT เอง เปลี่ยนเป็นให้ผู้ซื้อปลายทาง เช่น โรงหลอมเหล็กหรือโรงงานรีไซเคิล เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายด้วยตัวเอง และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรโดยตรง สำหรับคนที่กำลังวางแผนเปิดร้านของเก่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ควรติดตามใกล้ชิด เพราะจะกระทบทั้งวิธีออกเอกสารและกระแสเงินสดของธุรกิจโดยตรงเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง

เปิดร้านของเก่าให้ถูกต้องเรื่อง VAT ต้องทำอย่างไร

สำหรับคนที่วางแผนเข้าสู่ธุรกิจนี้ มีแนวทางที่ควรยึดถือเพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษีตั้งแต่วันแรก เริ่มจากการวางระบบบันทึกบัญชีซื้อขายให้ตรงกับสต็อกสินค้าจริงเสมอ ไม่ว่าปริมาณสินค้าที่ซื้อขายจะมากหรือน้อยก็ตาม เพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่สอดคล้องกับการประกอบกิจการจริงอาจกลายเป็น “ภาษีซื้อต้องห้าม” ที่ขอคืนไม่ได้ และยังเสี่ยงถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับเงินเพิ่มย้อนหลัง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนของคู่ค้าให้ชัดเจนก่อนทำธุรกรรมมูลค่าสูง ปฏิเสธการรับหรือให้ยืมชื่อกิจการและเลขทะเบียนภาษีแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด และเมื่อรายได้ใกล้แตะเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี ควรเตรียมพร้อมสำหรับการจดทะเบียน VAT ล่วงหน้า แทนที่จะรอให้ถึงเกณฑ์แล้วค่อยดำเนินการ ซึ่งอาจไม่ทันกำหนดเวลา 30 วันตามกฎหมาย

สรุป

VAT อาจดูเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจธุรกิจรีไซเคิล แต่เป็นความรู้พื้นฐานที่จำเป็นไม่แพ้เรื่องราคารับซื้อหรือทำเลร้าน เพราะธุรกิจนี้มีความเสี่ยงด้านภาษีสูงกว่าธุรกิจทั่วไปจากโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้ขายรายย่อยจำนวนมาก การเข้าใจกลไกนี้ตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยกว่า ร้านของเก่าที่มีระบบบริหารร้านของเก่าที่ดี ช่วยบันทึกข้อมูลการซื้อขายให้ตรงกับสต็อกจริงและตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดเวลา ย่อมมีความพร้อมรับมือกับการตรวจสอบและกฎเกณฑ์ใหม่ที่กำลังจะมาได้ดีกว่า สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเปิดธุรกิจรีไซเคิลและมองหาโปรแกรมรับซื้อของเก่าเพื่อจัดการข้อมูลให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก แอปฮีโร่รีไซเคิลของ Green2Get เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการนี้โดยเฉพาะ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยไปพร้อมกัน

อ้างอิง

  1. ประชาชาติธุรกิจ. “สรรพากรล้างบาง ‘ใบกำกับภาษีปลอม’ ขายเศษเหล็กยันรถมือสอง”. https://www.prachachat.net/finance/news-1358821
  2. กรมสรรพากร. “เอกสารสัมมนาภาษีมูลค่าเพิ่มและจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point)”. https://www.rd.go.th/publish/seminar/25601121VAT_document.pdf
  3. FlowAccount. “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร รวมทุกเรื่องต้องรู้ ฉบับอัปเดตใหม่”. https://flowaccount.com/blog/vat-basic-knowledge/
  4. FlowAccount. “ความสัมพันธ์ของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ และภาษีขาย แบบไหนถึงขอคืนได้”. https://flowaccount.com/blog/vat-input-tax-and-output-tax/
  5. getInvoice. “VAT 0 และ Non VAT ในการขายสินค้าและบริการ”. https://www.getinvoice.net/vat-0/
  6. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. “คณะ กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน จัดการสัมมนาเรื่อง The Green Tax Shift: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทยด้วย Domestic Reverse Charge VAT (DRC)”. https://web.parliament.go.th/view/455/รายละเอียดข่าว/ข่าวประชาสัมพันธ์/15125/TH-TH?ps=1
  7. ThaiPublica. “ดีเอสไอสรุปคดีผู้ส่งออกเศษเหล็กโกง VAT 4 พันล้าน ส่งฟ้องเฉพาะ ‘เอกชน 5 ราย’ – จนท.สรรพากร 18 คนลอยลำ”. https://thaipublica.org/2014/03/refund-vat-6/
  8. Greenproksp. “บุคคลธรรมดามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดบริษัทไหม”. https://www.greenproksp.com/blog/tax/individual-income-over-1-8-million/