แค่มีโฟล์คลิฟท์ก็อาจต้องจด ร.ง.4! ร้านของเก่าแบบไหนเข้าข่าย เช็กด่วนก่อนโดนปรับ

หลายร้านของเก่ามีเครื่องจักรอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวว่าเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตโรงงาน เกณฑ์ที่แท้จริงคืออะไร และเปลี่ยนจากเดิมไปมากแค่ไหน

ร้านของเก่าหลายแห่งเริ่มขยับขยายจากการรับซื้อด้วยมือ มาใช้เครื่องมือทุ่นแรงอย่างโฟล์คลิฟท์หรือรถแบคโฮเพื่อความรวดเร็ว แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันคิดคือ เครื่องจักรเหล่านี้อาจทำให้ร้านของคุณเข้าข่าย “โรงงาน” ตามกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และต้องไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือที่เรียกกันว่า ร.ง.4

ร.ง.4 คืออะไร

ร.ง.4 คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน ซึ่งเป็นเอกสารที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องออกให้ เพื่อรับรองว่าสถานประกอบการดำเนินกิจการถูกต้องตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการควบคุมมลพิษ สำหรับธุรกิจร้านของเก่าและรีไซเคิลโดยเฉพาะ ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องคือ ร.ง.4 ประเภทลำดับที่ 105 ซึ่งกฎกระทรวงกำหนดไว้ชัดเจนว่าครอบคลุมกิจการ “คัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว” อันเป็นนิยามที่ตรงกับกิจกรรมของร้านของเก่าที่รับซื้อ คัดแยก และรวบรวมเศษวัสดุก่อนส่งต่อโดยตรง

เกณฑ์ 50 แรงม้า 

จุดที่หลายคนยังเข้าใจผิดหรือมีข้อมูลเก่าคือตัวเลขเกณฑ์ที่ใช้กำหนดว่าอะไรคือ “โรงงาน” ตามกฎหมาย เดิมทีพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดไว้ที่เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้า หรือคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป แต่ต่อมาเมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้ปรับนิยามใหม่เป็นเครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ทำให้กิจการขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรหรือแรงงานไม่ถึงเกณฑ์นี้ไม่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอีกต่อไป ซึ่งเป็นการปรับปรุงเพื่อลดภาระให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษต่ำ ดังนั้นร้านของเก่าที่มีเครื่องจักรกำลังรวมเกิน 50 แรงม้า หรือมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป (เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็นับ) จะเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตโรงงานตามกฎหมาย

เครื่องจักรแบบไหนที่ต้องนับรวม

หลักการนับกำลังแรงม้าคือนับเครื่องจักรทุกชนิดที่ใช้ในการประกอบกิจการ ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิงก็ตาม ยกเว้นยานพาหนะที่ใช้สำหรับการขนส่งทั่วไปซึ่งไม่นับรวมเป็นเครื่องจักรของโรงงาน สำหรับอุปกรณ์ที่ร้านของเก่าใช้งานกันทั่วไป เช่น รถโฟล์คลิฟท์ มักมีกำลังเครื่องยนต์อยู่ในระดับใกล้เคียง 50 แรงม้าต่อคัน ขณะที่รถแบคโฮหรือรถขุดมักมีกำลังสูงกว่ามาก อยู่ในระดับหลักร้อยแรงม้าขึ้นไป หมายความว่าร้านของเก่าที่มีรถแบคโฮเพียงคันเดียว หรือมีโฟล์คลิฟท์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไปประกอบกับเครื่องจักรอื่น ก็มีโอกาสสูงที่จะมีกำลังเครื่องจักรรวมเกิน 50 แรงม้าตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการจึงควรรวมกำลังแรงม้าของเครื่องจักรทุกชิ้นในร้านให้ครบถ้วนก่อนประเมินว่าเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคู่มือการตรวจสอบและวิธีคำนวณแรงม้าเปรียบเทียบสำหรับเครื่องจักรแต่ละประเภทไว้เป็นมาตรฐานอ้างอิง

ถ้าเข้าเกณฑ์แล้วต้องทำอย่างไร

หากร้านของเก่าเข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยยื่นต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ที่ตั้งกิจการ พร้อมเอกสารประกอบ เช่น แบบแปลนอาคาร แผนผังเครื่องจักร และเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับโรงงานประเภท 105 ที่น่าสนใจคือภายใต้กฎหมายฉบับปัจจุบัน โรงงานที่มีเครื่องจักรต่ำกว่า 50 แรงม้าหรือคนงานต่ำกว่า 50 คน ไม่ต้องต่ออายุใบอนุญาตทุก 5 ปีเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่หากเข้าเกณฑ์ตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป ยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ผู้ประกอบการที่ไม่แน่ใจว่ากิจการของตนเข้าข่ายหรือไม่ ควรปรึกษาสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่เพื่อประเมินก่อนลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม เพราะการดำเนินกิจการโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีบทลงโทษทางกฎหมายทั้งจำและปรับ

สรุป

การขยายร้านของเก่าให้ใช้เครื่องจักรทุ่นแรงมากขึ้นเป็นเรื่องดีสำหรับการเติบโตของธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการต้องไม่ลืมตรวจสอบว่ากำลังเครื่องจักรรวมของร้านแตะเกณฑ์ 50 แรงม้าตามกฎหมายโรงงานฉบับปัจจุบันหรือยัง เพื่อวางแผนขอใบอนุญาต ร.ง.4 ประเภท 105 ให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ร้านของเก่าที่มีระบบบริหารร้านของเก่าที่ดี ช่วยติดตามทั้งข้อมูลเครื่องจักร ใบอนุญาต และการซื้อขายให้ครบถ้วน ย่อมดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากกว่า สำหรับผู้ที่กำลังมองหาSecond-Hand Buying Softwareเพื่อจัดการRecycling Businessให้เป็นระบบ แอปฮีโร่รีไซเคิลของ Green2Get เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนthe Circular economyของไทยไปพร้อมกัน

อ้างอิง

  1. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระราชูปถัมภ์. “ปรับปรุงการจัดจำพวกของโรงงาน”. https://asa.or.th/laws/news20200807-2/
  2. สถาบันอาหาร (FIC). “ไทยประกาศ พ.ร.บ. โรงงานฉบับใหม่”. https://fic.nfi.or.th/food-law-detail.php?smid=1915
  3. ประชาชาติธุรกิจ. “กม.ใหม่จัดกลุ่ม 1.4 แสนโรงงาน จัดทัพ ‘Third Party’ ตรวจสอบ”. https://www.prachachat.net/economy/news-323159
  4. Prosolutions. “7 ฃัุพีะข้อต้องรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตตั้งโรงงานและขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4)”. https://www.proindsolutions.com/17599551/
  5. สุญญากาศโรงงานรีไซเคิลเกลื่อนไทย. ไทยรัฐ. “โรงงานลำดับที่ 105 โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว”. https://www.thairath.co.th/news/local/2790777
  6. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. “การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105”. https://www.prabkaya.co.th/column
  7. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. “คู่มือการตรวจสอบแรงม้าของเครื่องจักรและวิธีคำนวณแรงม้าเปรียบเทียบ”. https://nontfda.moph.go.th/media/content/file/2024/10/CF-31-คำนวณแรงม้า_อย-241010091935PDB23.pdf
  8. อุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน. “พระราชบัญญัติโรงงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”. https://lamphun.industry.go.th